ทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามปี คศ. 1955-1975

world war

ในปัจจุบันนี้ประเทศต่างๆ นั้นได้มีการฝึกอบรมทหารทุกหน่วยเหล่าไม่ว่าจะเป็น ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ และ ตำรวจ ทั้ง 4 เหล่าทัพนี้ก็มีไว้เพื่อปกป้องประชาชนในประเทศและป้องกันดูแลประเทศจากศัตรูที่จะเข้ามาทำสงครามทั้ง 4 เหล่าทัพ นี้ถือได้ว่าเป็นรั้วของชาติที่ยอมเสียสละความสะดวกสบายของตัวเองเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมบุคคลเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่หน้ายกย่องให้เป็นวีรบุรุตความกล้าหารทหารผ่านศึกและในศึกสงครามโลกที่ทั้งโลกจดจำไม่มีวันลืมเพราะว่าเป็นสงครามที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานก็คือ สงครามเวียดนามปี คศ. 1955-1975

world war

ซึ่งระยะเวลาในการทำสงครามก็ประมาณ  20 ปีในการสู้รบกับหลายๆ ประเทศซึ่งหนึ่งในสงครามเวียดนามประเทศไทยของเราก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการทำสงครามเช่นกันเพราะว่าประเทศไทยกับประเทศเวียดนามระยะความห่างของประเทศไม่ไกลกันมากและ ลักษณะของผู้คนชาวเวียดนามมีความคล้ายคลึงกับคนประเทศไทยอย่างมากไม่ว่าจะความสูงสีผิวใบหน้าเหมือนกันอย่างมากและหลังจากที่สงครามเวียดนามได้จบลงแล้วคนชาวเวียดนามก็ได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกันเยอะมากและจึงเป็นเหตุให้เกิดเด็กสมัยใหม่ที่มี 2 สัญชาติคือไทยและเวียดนามหรือที่เรียกกันภาษาชาวบ้านคือลูกครึ่งไทยเวียดนามแถมคนไทยworld war

 

ยังได้รับวัฒนธรรมการกินการแต่งกายจากเวียดนามมาเยอะอยู่และมันสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วยซึ่งในตอนนี้ปัจจุบันความเป็นอยู่ของ 2 ประเทศก็ถือได้ว่ามีความสงบสุขดีและไม่มีการต่อสู้กันอีกแม้แต่ครั้งเดียวข้อมูลเนื้อหาที่เล่ามาทั้งหมดนั้นถือว่าเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งได้เคยมีการต่อสู้กันเพื่อ ล่าอาณานิคม แต่บทสรุปก็ออกมาแล้วว่าทั้ง 2 ประเทศจับมือกันและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ทหารผ่านศึกสงครามสยาม – ฝรั่งเศส ปี คศ. 1893

world war

ถ้าหากย้อนกลับไปในช่วงปีที่เกิดสงครามโลกนั้นเราก็จะนึกถึงทหารผ่านศึก สงครามสยาม-ฝรั่งเศส ปี คศ. 1893 ที่ทำสงครามกันที่เป็นที่เล่ากันมารุ่นสู่รุ่นว่าประเทศสยามกับฝรั่งเศสเกิดศึกแย่งอาณาเขตกันได้อย่างไรเนื่องด้วยประเทศสยามนั้นหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าประเทศไทยมีพื้นที่กว้างและอุดมไปด้วยพืชผักผลไม้แหล่งน้ำก็มีปลาเล็กน้อยใหญ่จำนวนมากซึ่งในตอนนั้นเอง ฝรั่งเศส ได้ทำการล่าประเทศเป็นเมืองขึ้นของตัวเองในปี คศ. 1893 ในตอนนั้นworld war

ประเทศฝรั่งเศสนั้นเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีอาวุธครบมือพร้อมด้วยกำลังพลทหารที่ถูกฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญซึ่งช่วงเดี่ยวกันกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังตั่งตัวเป็นใหญ่ก็ได้ร่วมมือกับฝรั่งเศสที่จะเข้าตีประเทศสยามและในตอนหลังสหรัฐอเมริกาก็ได้หักหลังฝรั่งเศสเลยทำให้ประเทศสยามนั้นไม่มีใครสนใจเลยทำให้ทั้ง 2 ประเทศนี้ก่อสงครามกลางเมืองกันขึ้นเองระหว่าง 2 ประเทศโดยปกติแล้วพวกขุนนางผู้มียศสูงในกรมทหารนั้นมักจะใส่เสื้อผ้าที่สวยงามสีสันฉูดฉาดเลยทำให้ผู้คนในประเทศสยามนั้นได้รับวัฒนธรรมการต่างกายแบบชาวฝรั่งเศสมาด้วยเลยภายใต้สงครามแย่งชิงประเทศหลังจากมีสงครามนี้เกิดขึ้นอีกไม่นานก็ได้มีสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกให้การจดจำนั่นก็คือ

สงครามโลกครั้งที่ 1  และ  สงครามโลกครั้งที่ 2 world war

เพราะว่าเป็นสงครามที่ระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจเปิดศึกที่แย่งชิงประเทศกันขึ้นท่ามกลางความหนาวเย็นของอากาศเลยให้มีการขนานนามสงครามนี้ว่าสงครามเย็นที่ทำให้เหล่าทหารนั้นไม่สามารถที่จะทำการรบได้เพราะว่าเกิดอาการเหน็บชาหนาวตายกันจำนวนมากและอาหารน้ำก็ขาดแคลนเลยพูดได้อีกชื่อว่ามันคือสงครามประสาทหรือสงครามจิตวิทยาซึ่งใช้สภาพอากาศเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้แทนกำลังพลทหาร

ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี คศ. 1942-1945

 

ย้อนกลับไปในช่วงยุค ปี คศ. 1942-1945 บางคนอาจจะรู้เลยว่าคือปีอะไรบางคนก็อาจยังที่จะไม่รู้แต่ที่เราจะเอามาพูดกันในวันนี้นั้นก็คือสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานมากตลอด 3 ปีซึ่งวีรชนเหล่านี้นั้นได้สร้างความกล้าให้เหล่าคนรุ่นหลังฟังอย่างมั่นใจว่าครั้งหนึ่งเคยได้ร่วมสู่รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อนที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นั้นเราจะย้อนกลับไปพูดถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งกันก่อนเมื่อปี คศ. 1917-1918และก็ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นเมื่อในปี คศ. 1942-1945 ซึ่งในปีนี้นั้นได้เกิดworld warworld war

การกล่าวขานว่าสงครามเย็นดีๆ นั่นเองถามว่าสงครามเย็นคืออะไรสงครามเย็นในความหมายสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็คือworld warการต้องสู้รบกันด้วยความหนาวเย็นของอากาศที่มีความหนาวเย็นมากเลยทำให้เป็นเหตุให้ทหารได้เกิดการหนาวตายลงกันเป็นว่าเล่นและในสงครามครั้งนี้นั้นก็ใช้ความเย็นทำให้เกิดสงครามประสามเกิดขึ้นหรือที่เรียกว่าสงครามจิตวิทยาซึ่งหลักการหลักนั้นก็คือการทำสงครามด้วยการใช้อาหารและสิ่งที่หากินบรรเทาการหิวเพื่ออยู่ให้ได้นานที่สุดเพราะด้วยจำนวนของทหารและอาหารนั้นต้องเมื่อเพื่อไว้ใช้ให้เหล่าทหารกินหากไม่มีอาหารก็ถือว่าได้ลดจำนวนของทหารลงไปมากเลยเรียกว่าสงครามเย็นหรือ สงครามประสาท อีกชื่อคือ สงครามจิตวิทยา และได้มีการพูดถึงกล่าวถึงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเหตุการณ์ครั้งไหนที่ก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายมากที่สุดแต่ก็ได้มีนักวิทยาผู้เชี่ยวชาญในประวัติศาสตร์ในด้านนี้มาเล่าให้ฟังว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 นี้นั้นเป็นสงครามที่ยาวนานมากทำให้ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างนั้นเองเลยเป็นเหตุสงครามโลกถือได้ว่าก่อให้เกิดการสูญเสียมากที่สุด

ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี คศ. 1917-1918

 

world warประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่ใหญ่และมีภูมิที่ประเทศอื่นๆ นั้นจ้องอยากที่จะได้ไปครอบครองเป็นอาณานิคมของตนเองดังนั้นประเทศไทยของเรานั้นจึงได้มีกองทัพทหารเกิดขึ้นมาและรู้หรือไม่ว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นได้มีทหารผ่านศึก สงครามโลกครั้งที่ 1 ปี คศ. 1917-1918 ซึ่งดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับประวัติทหารหารผ่านศึกผู้กล้าหารที่ประวัติได้มีการจดบันทึกข้อมูลวีรชนคนกล้าไว้ว่าได้สู้รบอย่างสงศักดิ์ศรีไม่กลัวตายเพราะว่าได้สู้รบให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเพื่อที่จะได้มีประเทศไทยให้บุคคลรุ่นหลังอยู่อย่างสงบเพราะวีรชนบุคคลที่ตายไปในศึกสงครามนั้นยอมสละเลือดเนื้อของตัวเองโดยไม่เกรงกลัวต่อข้าศึกโดยยุคสมัคในช่วงนั้นอาวุธที่ใช้กันนั้นก็เป็world warนจำพวกปืนที่หาซื้อกันได้ยากมากนักซึ่งไม่ใช่ปืนกลหรือปืนในสมัยนี้เลยจะเป็นปืนที่ปลายกระบอกปืนนั้นจะมีใบมีดที่แหลมคมเสียบไว้อยู่เพื่อที่จะเสียบแทงข้าศึกที่วิ่งเข้ามาหรือมีไว้เพื่อในระยะการต่อสู้ประชิดตัวและย้อนกลับมาในช่วงสมัยปัจจุบันนี้ก็ได้มีการเล่าและกล่าวถึงสงครามโลกครั้งนี้อย่างมากจนได้มีการนำมาเล่าเป็นเรื่องละครและหนังจนได้มีการสร้าง

อนุสาวรีย์วีรชนคนกล้าworld warเพื่อให้คนไทยรุ่นหลังได้ย้อนมองกลับไปว่าถ้าหากไม่มีพวกเค้าในวันนั้นก็คงไม่มีประเทศไทยในวันนี้อนุสาวรีย์นี้ก็เป็นเหมือนตัวแทนความกล้าหารที่เหล่านักรบในอดีตได้กระทำไว้และจารึกมาจนถึงตอนนี้แล้วรู้หรือไม่ว่าเมื่อก่อนประเทศไทยของเรานั้นไม่ได้ขื่อว่าประเทศไทยแต่ชื่อว่า ประเทศสยาม หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลงนั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นประเทศไทยซึ่งที่เราพูดที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็คือหน้าที่ของบุคคลวีรชนคนกล้าที่ได้ทำเพื่อประเทศชาติ